Pages

12/05/2013

Linq to Entities and Last (LastOrDefault)

Linq to Entities and Last (LastOrDefault)



It is my bad luck – every time that I need to show something the team manager, we receive the weirdest exceptions. Today was the LINQ to Entities does not recognize the method ‘XXXXX.LastOrDefault[XXXX]….’ method, and this method cannot be translated into a store expression.
the expression itself was pretty simply – querying by secondary index. When I changed the query to “FirstOrDefault” removed the run time exception, this made me think – FirstOrDefault can be converted to SQL pretty easy – SELECT  TOP 1. How would you translate “LastOrDefault” ?
The concept of first or last implies the usage of some kind of sorting mechanism. When you run regular select there is actually implicit “ORDER BY [PK]” (notice that the order be ASC or DESC, depending of the PK defenition, in general, assuming some kind of sort without explicitly requesting it from the server is probably bad practice) done by the server. this is because of the way the data itself is stored in the sql data table.
So how “Last” should be implemented? Last is actually the first from the end. But how do you define “the end”? lets say you users table which one is the last user? The last registrated user ( order by ID) ? the last registered AND verified user? the last user to log in ? the user with the last lex. name (order by name)?
Conclustion:
If you want to get the last object directly from the sql server (you can use  .ToList().LastOrDefalt() but this will return all the entries and then take the last one – pretty useless with big tables) is to preform OrderByDescending and then take the fist.  :)
Here is generic function that receives “where” expression and orderBy selector and returns the last entry  matching the criteria.
 protected T GetLastBy(Expression> where, Expression> orderBy)
        {       
            return WorkingSet.OrderByDescending(orderBy).FirstOrDefault(where);
        }

เรื่องในหลวง ที่เราอาจจะไม่เคยรู้


เรื่องในหลวง ที่เราอาจจะไม่เคยรู้

1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น. 
2. นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์ 
3. พระนาม ‘ภูมิพล‘ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 
4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช 
5. ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก 
6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษาทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า ‘H.H Bhummibol Mahidol’หมายเลขประจำตัว 449 
7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า ‘แม่‘ 
8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง 
9. แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม 
10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทยทรงตั้งชื่อให้ว่า‘บ๊อบบี้ ‘ 
12. ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ 
13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่า 3 ทีมากเกินไป 2 ทีพอแล้ว 
14. ระหว่างประทับอยู่ สวิตเซอร์แลนด์นั้นระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ 
15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก ‘การให้ ‘ โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า ‘กระป๋องคนจน ‘ เอาไว้ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก ‘เก็บภาษี ‘ หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน 
16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า ‘ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน‘ 
17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา 
18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง 
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก ‘การเล่น ‘ สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง 
20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์ 
21. ในหลวงทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน) 
22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้ 
23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส 
24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ ‘แสงเทียน ‘ จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง 
25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง ‘เราสู้‘ 
26. รู้ไหม…? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5 
27. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯรพ.ภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย 
28. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ‘นายอินทร์ ‘ และ ‘ติโต ‘ ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่ ‘พระมหาชนก‘ ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ 
29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘กีฬาซีเกมส์‘) ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510 
30. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน 
31. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ ‘กังหันชัยพัฒนา ‘ เมื่อปี 2536 
33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ! ปีแล้ว 
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 
36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า ‘น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง 
37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท 
37. หลังอภิเษกสมรส ทรง ‘ฮันนีมูน ‘ที่หัวหิน 
38. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน 
39. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
40. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น 
41. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา 
42. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ 
43. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม 
44. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้าพอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับเมื่อถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นานค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง 
45. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ 
46. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ 3 สิ่ง คือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ 
47. ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน 
48. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน 
49. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯ ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน 
50. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ 
51. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด 
52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า ‘ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก! บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ’ 
53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน 
54. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา 
55. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย 
56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก 
57. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง 
58. เครื่องดื่มทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง 
59. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก 
60. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง 
61. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก 
62. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว 
63. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ 
64. สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว 
65. ในหลวง เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ‘นายหลวง ‘ ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง 
66. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน 
67. อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่า ‘ทำราชการ ‘ 
68. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี 
69. ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า ‘อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก ‘ 
70. ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด 
71. หัวใจทรงเต้นไม่ปรกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี 
72. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ 
73. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6 ล้านคน 
74. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน 
75. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง 
76. สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง 
77. นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง จึงให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด 

ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในไทย อีกหนึ่งข้อสงสัยที่ยังไม่ยุติ

ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในไทย อีกหนึ่งข้อสงสัยที่ยังไม่ยุติ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


                สำหรับหลายๆ คน ที่เข้าข่ายต้องเกณฑ์ทหาร หรืออยู่ในแวดวงทหารไทย ย่อมต้องเคยได้ยินข่าวลือเรื่อง ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร มาบ้าง แต่บางคนอาจยังไม่เคยได้ยินข่าวดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นกระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ ก่อนอื่นเรามาดูรายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารกันก่อนนะคะ

               เกณฑ์ทหาร (Conscription) คือ การเรียกใช้แรงงานอย่างไม่สมัครใจโดยฝ่ายปกครอง โดยมีรายงานว่าในหลายประเทศได้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน เบลเยียม โครเอเชีย เลบานอน นิวซีแลนด์ โรมาเนีย เลบานอน โปแลนด์ นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เป็นต้น ส่วนประเทศที่ยังคงมีการเกณฑ์ทหารอยู่ เช่น จีน ภูฏาน ไทย อัลจีเรีย อิสราเอล (ทั้งชายและหญิง) เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ คิวบา (ทั้งชายและหญิง) และอิหร่าน เป็นต้น

              เหตุผลที่ในบางประเทศได้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หรือยังคงมีการเกณฑ์ทหารอยู่ อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยในบางประเทศได้มองข้อเสียของการเกณฑ์ทหารว่า ทำให้เกิดความความสิ้นเปลืองทางเศรษฐกิจในยามที่ประเทศสงบสุข อีกทั้งยังขัดกับปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงขัดกับเสรีภาพของประชาชน

             ขณะที่ในบางประเทศมองว่า การเกณฑ์ทหารมีข้อดี คือ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับประเทศที่ยังมีภาวะสงคราม หรือคาดว่าอาจจะเกิดสงครามได้ในอนาคต ทั้งนี้ พบว่า หากประเทศที่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วได้เกิดภาวะฉุกเฉิน หรือมีภาวะสงครามเกิดขึ้น ประเทศเหล่านั้นจะอาศัยกองกำลังทหารอาชีพและอาสาสมัครเข้ามาช่วยจัดการความสงบเรียบร้อยเป็นการชั่วคราว

            ทั้งนี้ เรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยนั้น ไม่มีที่มาระบุแน่ชัดว่าข่าวดังกล่าวมาจากแหล่งใด แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก นายหอกลอง ณ. สนามหลวง ที่มักเผยแพร่ข่าวสารของกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “กระทรวงกลาโหม (โดยกรมการสรรพกำลังกลาโหม) เตรียมศึกษาระบบการเกณฑ์ทหาร เพื่อปรับเปลี่ยนจากการเกณฑ์เป็นแบบสมัครใจ ตามแนวทางการพัฒนาระบบกำลังสำรอง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ได้ทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่มีประสิทธิภาพ มีความต้องการที่จะเป็นทหารอย่างแท้จริง เรื่องนี้ถ้าสำเร็จนอกจากจะแก้ปัญหาคนหนีทหารได้แล้ว ยังได้ทหารอาชีพมาทำงานอีกด้วย”

            อย่างไรก็ตาม แม้เฟซบุ๊กดังกล่าวไม่มีการยืนยันแหล่งที่มาของข่าวอย่างชัดเจน แต่ประเด็นข่าวนี้ได้สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากในปัจจุบันได้มีผู้แสดงความคิดเห็นว่าต้องการให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเกิดขึ้น เช่น มีการตั้ง เฟซบุ๊ก Abolish Conscription in Thailand! ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในประเทศไทย  โดยมีจำนวนผู้กดไลค์เพื่อติดตามแฟนเพจดังกล่าว ประมาณพันกว่าคน (8 มกราคม)
                ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร น่าจะมาจากความต้องการของผู้ที่เห็นค้านในเรื่องดังกล่าว และต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่จากการนำเสนอข่าวของ  เฟซบุ๊ก นายหอกลอง ณ. สนามหลวง ) ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหากเรื่องดังกล่าวมีความคืบหน้าใด ๆ กระทรวงกลาโหม น่าจะมีการแถลงข่าวให้ทราบข้อมูลความคืบหน้ามากกว่านี้ ดังนั้นคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า การยกเลิกการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยนั้น จะมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่



SingleOrDefault() Vs. FirstOrDefault() in LINQ Query

SingleOrDefault() Vs. FirstOrDefault() in LINQ Query



Single() / SingleOrDefault()

First () / FirstOrDefault()
Single() - There is exactly 1 result, an exception is thrown if no result is returned or more than one result. 
SingleOrDefault() – Same as Single(), but it can handle the null value.
First() - There is at least one result, an exception is thrown if no result is returned.
FirstOrDefault() - Same as First(), but not thrown any exception or return null when there is no result.
Single() asserts that one and only one element exists in the sequence.
First() simply gives you the first one.
When to use
Use Single / SingleOrDefault() when you sure there is only one record present in database or you can say if you querying on database with help of primary key of table.
When to use
Developer may use First () / FirstOrDefault() anywhere,  when they required single value from collection or database.
Single() or SingleOrDefault() will generate a regular TSQL like "SELECT ...".
The First() or FirstOrDefault() method will generate the TSQL statment like "SELECT TOP 1..."
In the case of Fist / FirstOrDefault, only one row is retrieved from the database so it performs slightly better than single / SingleOrDefault. such a small difference is hardly noticeable but when table contain large number of column and row, at this time performance is noticeable.
SingleOrDefault() Vs. FirstOrDefault() in LINQ Query

linq.js - LINQ for JavaScript

Project Description
linq.js - LINQ for JavaScript

Features
  • implement all .NET 4.0 methods and many extra methods (inspiration from RxAchiral, Haskell, Ruby, etc...)
  • complete lazy evaluation
  • full IntelliSense support for VisualStudio
  • two versions - linq.js and jquery.linq.js (jQuery plugin)
  • support Windows Script Host
  • binding for Reactive Extensions for JavaScript(RxJS) and IntelliSense Generator -> see documentation
  • NuGet install support(linq.jslinq.js-jQuerylinq.js-Bindings)

90 Methods

Aggregate, All, Alternate, Any, Average, BufferWithCount, CascadeBreadthFirst, CascadeDepthFirst, Catch, Choice, Concat,
Contains, Count, Cycle, DefaultIfEmpty, Distinct, Do, ElementAt, ElementAtOrDefault, Empty, Except, Finally, First, FirstOrDefault, 
Flatten, ForEach, Force, From, Generate, GetEnumerator, GroupBy, GroupJoin, IndexOf, Insert, Intersect, Join, Last, LastIndexOf,
LastOrDefault, Let, Matches, Max, MaxBy, MemoizeAll, Min, MinBy, OfType, OrderBy, OrderByDescending, Pairwise, PartitionBy, 
Range, RangeDown, RangeTo, Repeat, RepeatWithFinalize, Return, Reverse, Scan, Select, SelectMany, SequenceEqual, Share, Shuffle,
Single, SingleOrDefault, Skip, SkipWhile, Sum, Take, TakeExceptLast, TakeFromLast, TakeWhile, ThenBy, ThenByDescending, ToArray,
ToDictionary, ToInfinity,ToJSON, ToLookup, ToNegativeInfinity, ToObject, ToString, Trace, Unfold, Union, Where, Write, WriteLine, Zip

Starting linq.js ver.3.0.0-beta!(2012/07/19)

Get the ver.3.0.4-Beta5 @2013/06/20
or NuGet Install-Package linq.js -Pre, linq.js-jQuery -Pre, linq.js-RxJS -Pre, linq.js-QUnit -Pre
Now TypeScript Generics(0.9) support!

Please try it! and give me a feedback!
http://linqjs.codeplex.com/discussions/376207

Query objects or json

  • sample from http://twitter.com/statuses/public_timeline.json
var jsonArray = [
    { "user": { "id": 100, "screen_name": "d_linq" }, "text": "to objects" },
    { "user": { "id": 130, "screen_name": "c_bill" }, "text": "g" },
    { "user": { "id": 155, "screen_name": "b_mskk" }, "text": "kabushiki kaisha" },
    { "user": { "id": 301, "screen_name": "a_xbox" }, "text": "halo reach" }
]
// ["b_mskk:kabushiki kaisha", "c_bill:g", "d_linq:to objects"]
var queryResult = Enumerable.From(jsonArray)
    .Where(function (x) { return x.user.id < 200 })
    .OrderBy(function (x) { return x.user.screen_name })
    .Select(function (x) { return x.user.screen_name + ':' + x.text })
    .ToArray();
// shortcut! string lambda selector
var queryResult2 = Enumerable.From(jsonArray)
    .Where("$.user.id < 200")
    .OrderBy("$.user.screen_name")
    .Select("$.user.screen_name + ':' + $.text")
    .ToArray();

High compatibility with C# Linq

// C# LINQ (delegate)
Enumerable.Range(1, 10)
    .Where(delegate(int i) { return i % 3 == 0; })
    .Select(delegate(int i) { return i * 10; });
// linq.js - anonymous function
Enumerable.Range(1, 10)
    .Where(function(i) { return i % 3 == 0; })
    .Select(function(i) { return i * 10; });
// C# LINQ (lambda)
Enumerable.Range(1, 10).Where(i => i % 3 == 0).Select(i => i * 10);
// linq.js - lambda expression
Enumerable.Range(1, 10).Where("i => i % 3 == 0").Select("i => i * 10");
// $ is default iterator variable like Scala's "_" or Groovy's "it"
Enumerable.Range(1, 10).Where("$ % 3 == 0").Select("$ * 10");
 // "" is shorthand of "x => x" (identity function)
Enumerable.Range(4, 7).Join(Enumerable.Range(8, 5), "", "", "outer,inner=>outer*inner");

// Enumerable.From is wrap from primitive array, string(to charArray), object(to KeyValuePair[]) etc..
var array = [100, 200, 30, 40, 500, 40, 200];
var ex1 = Enumerable.From(array).Distinct().ToArray(); // [100, 200, 30, 40, 500]
var ex2 = Enumerable.From("foobar").ToArray(); // ["f", "o", "o", "b", "a", "r"];
var ex3 = Enumerable.From({foo:10, bar:20}).ToArray(); // [{Key:"foo",Value:10}, {Key:"bar",Value:20}]

// C# - AnonymousType
array.Select((val, i) => new { Value = val, Index = i });
// linq.js - object literal
Enumerable.From(array).Select("val,i=>{Value:val, Index:i}")

jQuery plugin version

// $.Enumerable
$.Enumerable.Range(1, 10).Where("$%2==0").ForEach("alert($)");

// TojQuery - Enumerable to jQuery
$.Enumerable.Range(1, 10)
    .Select(function (i) { return $(").text(i)[0] })
    .TojQuery()
    .appendTo("#select1");

// toEnumerable - jQuery to Enumerable
var sum = $("#select1").children()
    .toEnumerable()
    .Select("parseInt($.text())")
    .Sum(); // 55

linq-jquery.jpg

IntelliSense vsdoc

linqjs_intellisense.jpg

video - using with Visual Studio 2010



video - how to debug linq.js


with Windows Script Host

// get folder name and file name...

var dir = WScript.CreateObject("Scripting.FileSystemObject").GetFolder("C:\\");
 
// normally
var itemNames = [];
for (var e = new Enumerator(dir.SubFolders); !e.atEnd(); e.moveNext())
{
    itemNames.push(e.item().Name);
}
for (var e = new Enumerator(dir.Files); !e.atEnd(); e.moveNext())
{
    itemNames.push(e.item().Name);
}

// linq.js
var itemNames2 = Enumerable.From(dir.SubFolders).Concat(dir.Files).Select("$.Name").ToArray();

SQL Subquery

SQL Subquery

Subquery or Inner query or Nested query is a query in a query. A subquery is usually added in the WHERE Clause of the sql statement. Most of the time, a subquery is used when you know how to search for a value using a SELECT statement, but do not know the exact value in the database.
Subqueries are an alternate way of returning data from multiple tables.
Subqueries can be used with the following sql statements along with the comparision operators like =, <, >, >=, <= etc.
  • SELECT
  • INSERT
  • UPDATE
  • DELETE

    Subquery Example:

    1) Usually, a subquery should return only one record, but sometimes it can also return multiple records when used with operators like IN, NOT IN in the where clause. The query would be like,
    SELECT first_name, last_name, subject 
    FROM student_details 
    WHERE games NOT IN ('Cricket', 'Football'); 
    The output would be similar to:
    first_namelast_namesubject
    ------------------------------------
    ShekarGowdaBadminton
    PriyaChandraChess
    2) Lets consider the student_details table which we have used earlier. If you know the name of the students who are studying science subject, you can get their id's by using this query below,
    SELECT id, first_name 
    FROM student_details 
    WHERE first_name IN ('Rahul', 'Stephen'); 
    but, if you do not know their names, then to get their id's you need to write the query in this manner,
    SELECT id, first_name 
    FROM student_details 
    WHERE first_name IN (SELECT first_name 
    FROM student_details 
    WHERE subject= 'Science'); 
    Output:
    idfirst_name
    ---------------------
    100Rahul
    102Stephen
    In the above sql statement, first the inner query is processed first and then the outer query is processed.

    3) Subquery can be used with INSERT statement to add rows of data from one or more tables to another table. Lets try to group all the students who study Maths in a table 'maths_group'.
    INSERT INTO maths_group(id, name) 
    SELECT id, first_name || ' ' || last_name 
    FROM student_details WHERE subject= 'Maths' 

    4) A subquery can be used in the SELECT statement as follows. Lets use the product and order_items table defined in the sql_joins section.
    select p.product_name, p.supplier_name, (select order_id from order_items where product_id = 101) as order_id from product p where p.product_id = 101
    product_namesupplier_nameorder_id
    ----------------------------------------------
    TelevisionOnida5103

    Correlated Subquery

    A query is called correlated subquery when both the inner query and the outer query are interdependent. For every row processed by the inner query, the outer query is processed as well. The inner query depends on the outer query before it can be processed.
    SELECT p.product_name FROM product p 
    WHERE p.product_id = (SELECT o.product_id FROM order_items o 
    WHERE o.product_id = p.product_id); 
    NOTE:
    1) You can nest as many queries you want but it is recommended not to nest more than 16 subqueries in oracle.
    2) If a subquery is not dependent on the outer query it is called a non-correlated subquery.